การเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวีให้แก่ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี

การเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวีให้แก่ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้อื่น

โดยปกติ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี จะไม่แพร่เชื้อให้แก่ผู้ใกล้ชิด จึงไม่เป็นอุปสรรคในการทำกิจวัตรประจำวัน และกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นแพทยสภาจึงแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อของเด็กให้ผู้อื่นทราบ เว้นแต่ในกรณีที่อาจเกิดการสัมผัสเลือด หรือน้ำเหลือง โดยตรง เช่น เด็กกัดกัน เป็นต้น

เด็กเล็กที่ติดเชื้อเอชไอวี มักไม่ทราบสภาวะการติดเชื้อของตนเอง เมื่อเด็กโตขึ้น ควรได้รับรู้การวินิจฉัยโรคของตนเอง รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับโรค การปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เพื่อที่เด็กจะได้มีการปรับตัวได้ดีขึ้นต่อการเจ็บป่วยเรื้อรัง มีทัศนคติที่ดีต่อโรคที่ตนเป็นอยู่ เข้าใจถึงความจำเป็นในการกินยา ส่งผลให้มีวินัยในการกินยามากขึ้น

การเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อควรกระทำก่อนที่เด็กจะเข้าสู่วัยรุ่น และเริ่มมีเพศสัมพันธ์ เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มเติม และการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น ทั้งนี้ควรบอกเมื่อใดขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็ก และครอบครัวเป็นรายๆไป

กระบวนการเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวี ของตนเองให้เด็กรับทราบ เป็นขั้นตอนที่ควรทำอย่างระมัดระวัง ต้องมีการเตรียมความพร้อม และควรทำอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถทำได้ในครั้งเดียว หลังจากมีการเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อแล้ว จะต้องมีการประเมิน ติดตามเด็กและครอบครัวต่อไป

เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี มีข้อจำกัดหรือข้อห้ามในการปฏิบัติตัวแตกต่างจากเด็กอื่นหรือไม่

โดยทั่วไปเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีข้อจำกัดหรือข้อห้ามในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่แตกต่างจากเด็กที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวี แต่จะต้องเน้นในเรื่องอาหารและน้ำที่สุก สะอาด ไม่ควรกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เชื้อเอชไอวีจะไม่ติดต่อผ่านทางการสัมผัสในชีวิตประจำวัน เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี สามารถไปสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม สำหรับการเล่นกีฬา ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่ต้องปะทะกัน ซึ่งอาจมีการเกิดบาดแผล และสัมผัสเลือดได้ เช่น ชกมวย มวยปล้ำ รักบี้ เป็นต้น

เมื่อเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี เข้าสู่วัยรุ่น ผู้ดูแลควรเตรียมความพร้อมอย่างไร

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ในด้านของการเจริญเติบโตเด็กผู้หญิงเริ่มมีประจำเดือน ส่วนเด็กผู้ชายจะสามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ เด็กควรได้รับการสอนสุขลักษณะอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือก่อนและหลังจากเข้าห้องน้ำ ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว วัสดุที่ปนเปื้อนเลือดหรือน้ำอสุจิ ควรห่อกระดาษหรือใส่ถุงก่อนทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด เป็นต้น นอกจากนั้นควรเน้นในเรื่องของการไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หากมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ส่วนในด้านของจิตใจ อารมณ์ และการปรับตัวในสังคม เด็กที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง อาจมีปัญหาในเรื่องของพฤติกรรม การกินยาอย่างสม่ำเสมอ ความมั่นใจในตนเอง ผู้ดูแลควรคอยสังเกต และเป็นที่ปรึกษาให้แก่เด็กอย่างใกล้ชิด รวมทั้งอาจช่วยวางแนวทางในการเลือกอาชีพด้วย

ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้น โดยทั่วไปไม่มีข้อจำกัดในการทำอาชีพใด ๆ ยกเว้นควรหลีกเลี่ยงในบางอาชีพ ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสปนเปื้อนเลือดโดยตรงได้ เช่น แพทย์หรือพยาบาลที่ทำการผ่าตัด เป็นต้น

เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจะมีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็กปกติได้หรือไม่ ?


แนวทางการดูแลเด็กเหล่านี้ คือ ทำให้เด็กมีชีวิตใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด แม้ยาต้านไวรัสทำให้เด็กมีชีวิตยืนยาวจนโตได้
แม้ว่าเด็กที่ติดเชื้อบางคนยังมีความเจ็บป่วย ผ่ายผอม และมีสภาพร่างกายที่ไม่ปกติ แต่เด็กจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มที่เกิดมาในช่วงที่มียาต้านไวรัสใช้ จะดูภายนอกเหมือนเด็กปกติทุกประการ สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ แต่ต้องกินอย่างเคร่งครัดและมาติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
มีเด็กจำนวนมากหนึ่งกำลังเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น และอาจจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้เด็กรู้ว่าตนเองเป็นโรคอะไร และสอนให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น ในต่างประเทศมีเด็กติดเชื้อตั้งแต่เกิดจำนวนหนึ่ง เติบโตเป็นผู้ใหญ่และตั้งครรภ์ มีบุตร โดยที่ไม่มีทารกคนใดติดเชื้อ เพราะมีการให้ยาป้องกันการติดเชื้อในทารกอย่างเต็มที่
เด็กที่ติดเชื้อมักจะเกิดในครอบครัวที่มีปัญหาและความวุ่นวาย เด็กจึงอาจมีปัญหาทางสุขภาพกายและใจ การเลี้ยงดูให้เด็กมีสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีนับเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลเด็กติดเชื้อเอชไอวี ที่กำลังโตเข้าสู่วัยรุ่น เป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย เพราะวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมเสี่ยง และต่อต้าน การทำงานเป็นทีมกับผู้เชียวชาญหลายฝ่าย จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่น

โรคติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์ในเด็กเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเด็กที่ติดเชื้อไปแล้ว ยังไม่มีการรักษาให้หายขาด แต่ยาต้านไวรัสทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และอายุยืนยาว ถือได้ว่าเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่งที่ต้องการการดูแลรักษายาวนานตลอดชีวิต ความใส่ใจ ความรัก และความอบอุ่นในครอบครัวจึงเป็นอีกหนึ่งยาขนานเอก ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเด็กมีสุขภาพใจ และสุขภาพกายแข็งแรงไปอีกนาน ๆ ค่ะ

การดูแล และ ให้การรักษาการบริการเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอดส์

เด็กๆที่เป็นกำพร้าจากโรคเอดส์ และเด็กเหล่านั้นติดเชื้อเอชไอวีด้วย ส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่น่าสงสาร พวกเขาจะหาคนดูแล หรือให้ที่อยู่อาศัยได้ยาก และบางคนก็อาจจะถูกรังเกียจจากสังคม และ ชุมชนที่เคยอยู่ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าส่วนใหญ่ก็ไม่อาจจะดูแลรับผิดชอบเรื่อง การดูแลรักษาชีวิตของเด็กๆ การให้ความรัก และการดูแลแบบครอบครัว การให้การศึกษา

การติดเชื้อเอชไอวีในเด็ก เป็นผลเสียร้ายแรงต่อร่างกาย แสดงอาการได้รวดเร็ว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ทารกที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวี กว่าครึ่งหนึ่งจะเสียชีวิตภายใน ๒ ปีแรก การใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีแก่เด็กอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้ภูมิคุ้มกันของเด็กดีขึ้น เด็กจะมีสุขภาพแข็งแรง ในอดีตยังไม่มียาต้านไวรัสใช้กันอย่างแพร่หลาย ผู้ป่วยเด็กมักได้รับการรักษาที่ล่าช้า คือกว่าจะได้รับยาต้านไวรัส เด็กก็อยู่ในช่วงอายุ ๕ -๙ ปีแล้ว ซึ่งถือว่าช้าเกินไป ทำให้เด็กบางคนอาจป่วยหรือเสียชีวิตก่อนได้รับการรักษา

แม้การติดเชื้อเอชไอวีจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็สามารถรักษาเพื่อควบคุมอาการไว้ได้ หากเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี ได้รับยาต้านไวรัสอย่างเหมาะสมตั้งแต่วัยทารก ก็จะสามารถเจริญเติบโต มีพัฒนาการที่ดี มีสุขภาพแข็งแรงใกล้เคียงกับเด็กปกติ เรียนหนังสือได้ มีอนาคตที่ดีได้

ครอบครัวและชุมชน มีส่วนสำคัญในการดูแลเด็กที่ติดเชื้อ เอชไอวี หรือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ ครอบครัวควรได้รับการสนับสนุนเพื่อให้สามารถอบรมเลี้ยงดูเด็กให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย รวมทั้งพ่อแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีก็ควรจะดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง เพื่อดูแลลูกที่ติดเชื้อในระยะยาวได้ และจะส่งผลที่ดีต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และ ความมั่นคงในชีวิตของเด็ก ส่วนเด็กที่ครอบครัวไม่อบอุ่น จะมีความเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบและถูกรังเกียจจากสังคมได้

รัฐบาล ชุมชน หน่วยงานต่างๆ ตลอดจนองค์กรการกุศล ควรมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ
เอชไอวีแก่ประชาชน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยและเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดการเกิดการติดเชื้อเอชไอวี