วิธีป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยในปัจจุบันของพวกเด็กกำพร้า

ในปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีปัญหาเกิดขึ้นมากมายในสังคมไทยและปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งและเด็กกำพร้านับว่าเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุดเนื่องจากในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไทพบว่าสถานสงเคราะห์ได้รับเด็กที่ถูกทอดทิ้งเข้ามาเลี้ยง เฉลี่ยแล้ว 44-45 คนต่อเดือน โดย 80%ถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดในภาคกลาง อีก 20% รับตัวมาจากตำรวจหรือกลุ่มที่พ่อแม่ทิ้งไว้กับคนรับจ้างและสถานที่สาธารณะอื่น ๆ ทั้งนี้จากการสืบค้นพบว่าเด็กที่ถูกทอดทิ้งในปัจจุบันเกิดจากแม่ที่เป็นวัยรุ่น วัยเรียนเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ สาวโรงงานที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ และกลุ่มวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด

การพัฒนาสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมชนบทซึ่งบางแห่งได้เปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองและขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาความแออัดในสังคมเมืองมากขึ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีการดำรงชีวิตโดยมีแนวโน้มไปในทางวัตถุนิยมและพึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยวและมีขนาดเล็กลง ครอบครัวเป็นพื้นฐานแห่งการถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่ดีหรือไม่ดี ในความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง พ่อ แม่ ลูก หรือพี่น้องจะเต็มไปด้วยความห่วงใย ความสนิทสนมเอื้ออาทร ความผูกพันด้วยความรักและความเข้าใจ แต่ปัจจุบันความผูกพันสนิทสนมด้วยความรักความห่วงใยของครอบครัวเริ่มเหือดหายและค่อย ๆ เจือจางลง ต่างคนต่างทำงานนอกบ้าน เรียนหนังสือนอกบ้าน คนในบ้านเริ่มใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันน้อยลง ความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างกันลดลง

สภาพปัจจุบันคนในครอบครัวเริ่มเอาตนเองเป็นศูนย์กลางในความสัมพันธ์ และไม่ได้เห็นคุณค่าของความเป็นครอบครัวเท่าที่ควรจะเป็น ก่อให้เกิดความห่างเหินและไม่มีความอดทนต่อกัน สมาชิกแต่ละคนมุ่งแสวงหาวัตถุที่ตนเองปรารถนาและพอใจ และเมื่อวัตถุสำคัญกว่าจิตใจแล้วก็เป็นเหตุให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมาซึ่งก็คือปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง ดังนั้นจึงเล็งเห็นว่าเด็กที่ถูกทอดทิ้งและเด็กกำพร้าเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สมควรจะได้รับการแก้ไขมากที่สุดเพราะถ้าเราวางรากฐานทางครอบครัวให้ดี ให้เด็กได้รับความรู้ความเข้าใจและเพิ่มคุณธรรมควบคู่กันไป ก็คงจะทำให้ปัญหาเด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือเด็กกำพร้าเหล่านี้ลดลงไปได้และถ้าสังคมให้ความสำคัญกับเด็กเหล่านี้ให้ได้มีครอบครัวที่อบอุ่นและได้รับการดูแล ได้รับการศึกษาเด็กเหล่านี้ก็จะมีความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ พัฒนาสังคมและไม่เดินย้อนรอยตามอดีตผู้ให้กำเนิดที่ได้กระทำไว้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในสังคมต่อไปในอนาคต

การรับเด็กกำพร้าเป็นบุตรบุญธรรมโดยที่ไม่ต้องให้เด็กประสบชะตากรรมอันน่าเศร้าได้ดีที่สุด

สภาพสังคมและเศรษฐกิจปัจจุบัน

ทำให้เด็กบางคนขาดการดูแลจากพ่อแม่ต้องอยู่ห่างไกลจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด หรือเป็นเด็กกำพร้า ซึ่งภาวะเช่นนี้ทำให้เด็กต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น ภาวะขาดแคลน การถูกทอดทิ้งการถูกเอารัดเอาเปรียบด้านแรงงาน หรือทางเพศในรูปแบบต่างๆ เด็กบางคนเติบโตมาในสภาพครอบครัวที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่ หรือมีเพียงคนใดคนหนึ่ง แน่นอนว่าเขาสามารถที่จะเจริญเติบโตได้เหมือนเด็กทั่วๆไป แต่สิ่งที่จะแตกต่างคือการพัฒนาการทางด้านจิตใจ ความคิด ความรู้สึก และความสุขในชีวิตโดยธรรมชาติแล้วพ่อแม่จะเป็นต้นแบบในการหล่อหลอมความรู้สึกนึกคิดให้กับลูก เมื่อขาดคนใดคนหนึ่งไปโดยเฉพาะขาดแม่ ย่อมมีผลกระทบกับลูก เนื่องจากสังคมไทย แม่จะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดในการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนลูกมากกว่าพ่อขาดพ่อไม่ลำบากเท่าไรยังมีแม่คอยเลี้ยงดูแต่ถ้าขาดแม่เท่ากับขาดทุกสิ่งทุกอย่าง

ถ้าเด็กไทยวันนี้ยังคงประสบปัญหามากมาย

แล้วอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร ซึ่งพบว่ามีเด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อนจำนวนมากซึ่งไม่สามารถระบุตัวเลขที่ชัดเจน มีเด็กที่กำพร้าเนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ กลุ่มคนที่มีจิตสำนึกในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้หลายกลุ่ม ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเด็กในรูปแบบต่างๆ เช่น สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า การสอนหนังสือเด็กกำพร้า สอนหนังสือเด็กเร่ร่อน แต่ปัญหาก็ยังคงแก้ไขและเยียวยาไม่ทั่วถึง และแทบไม่น่าเชื่อว่าขณะที่มีปัญหามากมายแต่ปัจจุบันเมืองไทยมีการทุ่มงบประมาณเพื่อเด็กและเยาวชนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณต่อจำนวนเด็ก ซึ่งปัญหาเรื่องเด็กและเยาวชนเป็นปัญหาเร่งด่วนเป็นวิกฤตการณ์ที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าปัญหาความมั่นคงและปัญหาทางเศรษฐกิจได้

การดูแลช่วยเหลือหรือเลี้ยงดูเด็กกำพร้าจึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสถานะที่เขาเหล่านั้นเป็นเครือญาติหรือไม่ใช่ก็ตาม โดยไม่จำกัดถึงเชื้อชาติและศาสนา เพราะเด็กทุกคนเกิดมาบริสุทธิ์พ่อแม่ของเขาเท่านั้นที่จะทำให้เขาเป็นอะไรในอนาคตและหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่นี้ก็จะต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ เด็กกำพร้าจะต้องได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นเสมือนลูกหลานที่แท้จริง เขาจะต้องได้รับความรู้ทั้งด้านด้านศาสนาและสามัญเพื่อเตรียมพร้อมที่จะออกไปสู่โลกกว้างในอนาคตและพร้อมที่จะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ การเลี้ยงดูเด็กกำพร้าห้ามเด็ดขาดที่จะมีข้อต่อรองหรือแลกเปลี่ยนเช่น ถ้าโตขึ้นหรือจบการศึกษาไปแล้วจะต้องกลับมาช่วยเหลือหรือทำงานชดใช้ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการสร้างปมด้อยให้กับเขา มันเป็นสิทธิที่เขาพึงได้รับและมันเป็นจิตสำนึกของเขาเองที่จะทำอะไรในอนาคต

การช่วยเหลือเด็กกำพร้า

โดยการอุปการะเด็กในลักษณะของการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก็นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการช่วยเยียวยาจิตใจของเด็กเหล่านี้ การอุปการะเด็กเป็นลูกบุญธรรม คือ หนทางหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่ต้องประสบชะตากรรมอันน่าเศร้าได้ดีที่สุด หรือหากยังไม่พร้อม อย่างน้อยที่ทุกคนช่วยได้คือการบริจาคช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดีกว่าการเพิกเฉยไม่ใส่ใจ เพราะการปล่อยให้เด็กกำพร้าถูกทอดทิ้งไม่เหลียวแลจากสังคม คือโศกนาฏกรรมที่โหดร้ายยิ่งกว่าภัยธรรมชาติใดๆ

หน่วยงานที่ให้บริการดูแล และ ให้การรักษา เด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอดส์

img_500_img-20129

สถานการณ์โรคเอดส์ นอกจากการแพร่กระจายไปทุกกลุ่มประชากรแล้ว รูปแบบการอยู่อาศัยของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยที่เคยอยู่ในเมืองแล้วย้ายกลับไปยังภูมิลำเนาของตนเองที่อยู่ในต่างจังหวัด เพื่อบำบัดรักษาและอยู่กับครอบครัว ยังทำให้เกิดผลกระทบในระดับครอบครัวและชุมชน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม การบรรเทาปัญหาผลกระทบดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ สามารถดำเนินชีวิตร่วมกับครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีความสุข  และสามารถประกอบอาชีพหรือมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อครอบครัวและชุมชนได้ ซึ่งการบรรเทาปัญหาผลกระทบนั้น บทบาทของครอบครัวและชุมชนจะต้องมีศักยภาพในการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจโดยที่สมาชิกครอบครัวและชุมชนต้องให้การยอมรับและเข้าใจผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์เป็นอันดับแรก และให้การช่วยเหลือสนับสนุนในด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ทั้งนี้ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ติดเชื้อในรูปแบบของความช่วยเหลือและสวัสดิการต่าง ๆ

มูลนิธิหน่วยงานที่ให้บริการดูแลเด็ก ซึ่งเป็นองค์การการกุศลไม่แสวงหากำไร เด็กๆที่เป็นกำพร้าจากโรคเอดส์ และเด็กเหล่านั้นติดเชื้อเอชไอวีด้วย ส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่น่าสงสาร พวกเขาจะหาคนดูแล หรือให้ที่อยู่อาศัยได้ยาก และบางคนก็อาจจะถูกรังเกียจจากสังคม และ ชุมชนที่เคยอยู่ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าส่วนใหญ่ก็ไม่อาจจะดูแลรับผิดชอบเรื่อง การดูแลรักษาชีวิตของเด็กๆ การให้ความรัก และการดูแลแบบครอบครัว การให้การศึกษา

ในตอนเริ่มแรก หน่วยงานมีวัตถุประสงค์ง่ายๆเพียงแค่ดูแลเด็กๆที่ติดเชื้อเอชไอวีที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต หรือพูดง่ายๆว่า ตั้งใจจจะเป็นที่พักสุดท้ายของเด็กที่กำลังจะตาย  แต่แล้วสถาณการณ์ก็ดีขึ้น ยาต้านไวรัสเอชไอวีมีราคาถูกลง และ พอที่จัดหามาให้เด็กๆได้ โดยเราได้รับการสนับสนุนทางการเงิน จากผู้บริจาคหลายราย จนทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ สามารถที่จะให้ยา และ การดูแลแก่เด็กๆในระยะยาวได้ เราคาดหวังว่าถ้าวันหนึ่งเด็กๆมีอาการของโรคเอดส์มากขึ้น เราก็จะสามารถดูแลพวกเขาให้กลับมามีสุขภาพดีได้หน่วยงานที่ให้บริการดูแลเด็ก ในระบบ “ครอบครัว” ควบคู่ไปกับการดูแลเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี. และเชื่อมั่นว่า รูปแบบการเลี้ยงดูแบบครอบครัวมีผลต่อการฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและใจของเด็กๆ